โพสต์โดย : Admin เมื่อ 26 มิ.ย. 2569 15:02:04 น. เข้าชม 82 ครั้ง
| นอร์เวย์
|
![]()
27 มิ.ย. 2569 |
ฝรั่งเศส
|

"ตราไก่" ล่าชัยคลีนสวีปชิงแชมป์กลุ่ม ดวล "นักรบไวกิ้ง" ที่หวังพึ่งทีเด็ด "ฮาลันด์" คว่ำยักษ์
บอลโลก 2026 | นอร์เวย์ VS ฝรั่งเศส (สนามกลาง) | กลุ่ม I นัดที่ 3 | วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2026 | เวลา 02:00 น.
พรีวิว
นอร์เวย์ เตรียมโคจรมาพบกับ ฝรั่งเศส ที่สนามจิลเล็ตต์ สเตเดียม ในค่ำคืนวันศุกร์นี้ สำหรับการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายในศึกบอลโลก 2026 หลังจากที่ทัพนักรบไวกิ้งเพิ่งจะคว้าชัยชนะนัดสำคัญเหนือ เซเนกัล มาได้ 3-2 และทัพตราไก่ก็เอาชนะ อิรัก มาได้ 3-0 ในฟิลาเดลเฟีย โดยคุณสามารถร่วมค้นหาทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์กลุ่ม I ในฟ็อกซ์โบโร่ ได้จากการอ่านบทความบนเว็บไซต์เดิมพันบอลโลกที่ดีที่สุดของเรา
แมตซ์ พรีวิว
นอร์เวย์
การเข้ามาเล่นในทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีที่ผ่านมา นอร์เวย์ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมายในรอบแบ่งกลุ่มของศึกบอลโลกหนนี้ โดยในเกมเปิดสนามนัดแรก ทัพนักรบไวกิ้งได้โชว์ความเฉียบขาดในเกมรุกที่ไร้ความปรานี ซึ่ง เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมถล่ม อิรัก 4-1 พร้อมนำทีมขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม I และช่วยการันตีตั๋วรอบน็อกเอาต์ได้ค่อนข้างแน่ ก่อนที่การผ่านเข้ารอบอย่างเป็นทางการจะได้รับการยืนยันเมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมาในการลงสนามนัดที่สอง เมื่อลูกทีมของ สโตล โซลบัคเคน สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ก่อนจะบดเอาชนะ เซเนกัล ไปอย่างสนุก 3-2 ทำให้พวกเขากวาด 6 คะแนนเต็มจากการลงเล่นสองนัดแรก แม้ว่าพวกเขาจะเก็บคะแนนได้สูงสุด แต่ ปัจจุบัน นอร์เวย์ ยังคงรั้งอันดับสองของกลุ่มตามหลัง ฝรั่งเศส เนื่องจากทัพตราไก่มีผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า ทว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะแซงคว้าแชมป์กลุ่มได้ทันทีหากสามารถเก็บชัยชนะได้ในเกมวันศุกร์นี้ ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ ทัพนักรบไวกิ้งจำเป็นต้องคว้าชัยชนะเหนือ ฝรั่งเศส เป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ให้ได้ โดยความสำเร็จครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำได้ต้องย้อนไปในเกมอุ่นเครื่องที่สนาม อุลเลวาล สเตเดียม เมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ซึ่งเกมนั้นชนะไป 2-1 จากการเหมาสองประตูในครึ่งหลังของ เอริค ฮูเซเคล็ปป์
ฝรั่งเศส
หลังจากก้าวไปถึงตำแหน่งรองแชมป์โลกในปี 2022 และคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์นี้มาครองได้สำเร็จเมื่อสี่ปีก่อนหน้านั้น ฝรั่งเศส ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์บอลโลกในช่วงฤดูร้อนนี้เช่นกัน แม้ว่าในเกมแรกจะโดนขู่ให้เสียวไส้ในช่วงท้ายเกม แต่สองประตูของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ บวกกับลูกยิงอันเหนือชั้นของ แบรดลีย์ บาร์โกลา ก็ช่วยให้ทัพตราไก่เอาชนะ เซเนกัล ที่สู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีไปได้ 3-1 ก่อนจะตามมาด้วยผลงานอันเป็นมืออาชีพในเกมพบ อิรัก โดยลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจาก เอ็มบัปเป้ เจ้าเก่า ก่อนจะมาปิดกล่องได้สำเร็จในครึ่งเวลาหลัง คว้าชัยชนะไปชิลๆ 3-0 ส่งผลให้พวกเขารั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มด้วยการมี 6 คะแนนเต็ม สำหรับการยืนยันตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ฝรั่งเศส ต้องการเพียงแค่ผลเสมอในเกมดวลทัพนักรบไวกิ้ง ซึ่งเกมนัดล่าสุดที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014 ทัพตราไก่เป็นฝ่ายถล่มชนะไปขาดลอย 4-0 จากประตูของ โลอิก เรมี, พอล ป็อกบา และการเหมาสองตุงของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แต่อย่างไรก็ตาม ทัพตราไก่จะมุ่งมั่นเดินหน้าคว้าสามแต้มเต็มเพื่อทำสถิติกวาดชัยชนะเรียบวุธในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นความสำเร็จที่พวกเขาเคยทำได้ล่าสุดในศึกบอลโลกปี 1998 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาคว้าดาวดวงแรกจากสองดวงมาประดับบนหน้าอกเสื้อได้สำเร็จ
ฟอร์มล่าสุด
นอร์เวย์ (บอลโลก) : ชนะ ชนะ
นอร์เวย์ (ทุกรายการ) : แพ้ เสมอ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
ฝรั่งเศส (บอลโลก) : ชนะ ชนะ
ฝรั่งเศส (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
นอร์เวย์
จากการที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องกะเผลกออกจากสนามหลังจากลงเล่นไปได้เพียง 13 นาทีในเกมพบ เซเนกัล จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่ ฮูเลียน ไรเออร์สัน กองหลังตัวเก่งจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะพร้อมมีส่วนร่วมในเกมวันศุกร์นี้ โดยคาดว่า มาร์คุส พีเดอร์เซ่น ตัวสำรองที่ลงมาทำหน้าที่แทนในเกมก่อนเกือบจะการันตีการลงสนามมาอุดรอยรั่วแน่นอนแล้ว ในส่วนของแดนหน้า ฮาลันด์ ที่ระเบิดฟอร์มตะบันไปแล้ว 4 ประตูจากสองนัดแรก พร้อมครองตำแหน่งรองดาวซัลโวสูงสุดร่วมของทัวร์นาเมนต์ในเวลานี้ จะเป็นตัวอันตรายอันดับหนึ่งของ นอร์เวย์ อย่างไม่ต้องสงสัย และเจ้าตัวจะกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างผลงานอันน่าประทับใจยามที่ต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในทีมชาติที่ดีที่สุดของโลก
ฝรั่งเศส
ประเด็นการจัดทัพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของ ฝรั่งเศส อยู่ที่แดนหน้า เนื่องจาก แบรดลีย์ บาร์โกลา และ เดซีเร ดูเอ้ สองแนวรุกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่างได้รับโอกาสลงสนามไปคนละนัดในกลุ่ม I ทว่ารายหลังทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักในเกมที่พบกับ อิรัก ขณะที่ มานู โคเน่ และ ลูก้าส์ ดีญ ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากถูกส่งลงสนามในตำแหน่งกองกลางตัวกลางและแบ็กซ้ายตามลำดับเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะคาดเดาว่า โอเรเลียง ชูอาเมนี หรือ ธีโอ แอร์น็องเดซ จะสามารถทวงตำแหน่งตัวจริงของพวกเขากลับคืนมาได้ทันทีหรือไม่ ในส่วนของดาวยิงตัวเก่งอย่าง เอ็มบัปเป้ ที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้เช่นกัน ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือหัวใจสำคัญในเกมรุกของ เดส์ชองส์ ในเวทีระดับชาติ และเจ้าตัวจะมีความกระหายอย่างมากในการไล่ล่าสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในศึกบอลโลกของ ลิโอเนล เมสซี่ ต่อไป
คาดการณ์ผู้เล่น
นอร์เวย์ : นีลันด์; พีเดอร์เซ่น, อาเยอร์, ลีซาเกอร์ เฮกเก็ม, วูล์ฟ; เบิร์ก, เอาส์เนส, โอเดการ์ด; ซอร์ลอธ, ฮาลันด์, นูซา
ฝรั่งเศส : เมนญอง; กุนเด้, อูปาเมกาโน่, ซาลิบา; ดีญ; ชูอาเมนี, ราบิโอต์; โอลิเซ่, เดมเบเล่, ดูเอ้; เอ็มบัปเป้
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกบอลโลก 2026 นัดตัดสินแชมป์กลุ่ม I เป็นการดวลกันของสองทีมที่ชนะรวดมา 2 นัดติดต่อกัน ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ด้วยการเก็บ 6 คะแนนเต็ม ยิงได้ 6 ประตูและเสียเพียงลูกเดียว เกมนี้ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ มีความมุ่งมั่นสูงมากที่จะคว้าชัยชนะเพื่อมอบให้กับผู้จัดการทีมชาติที่ต้องสูญเสียคุณแม่ไป ขุมกำลังโดยรวมถือว่าปึกและเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ฟอร์มร้อนแรงจัดกดไปแล้ว 4 ประตู ประสานงานร่วมกับ ไมเคิ่ล โอลิเซ่, อุสมาน เดมเบเล่ และ เดซีเร ดูเอ้ แม้ว่าแดนกลางและแนวรับอาจมีการปรับทัพส่ง โอเรเลียง ชูอาเมนี และ ลูก้าส์ ดีญ กลับมาสตาร์ต แต่มาตรฐานทีมก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งมาก สวนทางกับทัพนักรบไวกิ้ง นอร์เวย์ ของกุนซือ สโตล โซลบัคเคน ที่แม้จะฟอร์มฮอตเก็บ 6 คะแนนเต็มและผ่านเข้ารอบไปแล้วเช่นกัน โดยมีทีเด็ดในเกมรุกอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ซัดไป 4 ประตู เท่ากับ เอ็มบัปเป้ คอยล่าตาข่ายร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ทว่าปัญหาใหญ่หลวงของ นอร์เวย์ ในทัวร์นาเมนต์นี้คือเรื่องของเกมรับที่แสดงความเปราะบางออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดทั้งในเกมพบ อิรัก และ เซเนกัล ยิ่งเกมนี้ต้องขาด ฮูเลียน ไรเออร์สัน กองหลังตัวหลักที่บาดเจ็บจนต้องส่ง มาร์คุส พีเดอร์เซ่น ลงแทน จะยิ่งทำให้แผงหลังเจองานหนักในการรับมือกับแนวรุกระดับโลกของ ฝรั่งเศส คาดว่าเกมนี้ นอร์เวย์ ที่มีจุดอ่อนในเกมรับจะโดนความจัดจ้านและเฉียบขาดของ เอ็มบัปเป้ แอนด์โค เล่นงานจนต้านไม่ไหว และจะเป็นทัพตราไก่ที่บดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุดเพื่อคว้าแชมป์กลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ
คาดการณ์สกอร์ : นอร์เวย์ 1 - 3 ฝรั่งเศส
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: ฝรั่งเศส เนื่องจากระดับมาตรฐานของทีม ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่น และสมดุลของทีมเหนือกว่า นอร์เวย์ ชัดเจน ประกอบกับทัพตราไก่มีแรงจูงใจในการชนะเพื่อมอบแด่ผู้จัดการทีม รวมถึงเกมรับของนักรบไวกิ้งค่อนข้างหลวมและมีรอยแผลชัดเจน สอดคล้องกับสกอร์ที่คาดว่าจะเบียดเอาชนะได้
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง เพราะทั้งสองทีมต่างมีแนวรุกที่ดุดันและเฉียบคมเป็นอันดับต้นๆ ของทัวร์นาเมนต์ นำโดย เออร์ลิง ฮาลันด์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยิงไปคนละ 4 ประตู ประกอบกับ นอร์เวย์ มีจุดอ่อนในเกมรับและเสียประตูมาตลอดในสองนัดแรก สกอร์รวมจึงน่าจะทะลุ 2.5 ประตูได้ไม่ยาก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ เนื่องจาก นอร์เวย์ มี เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่หยุดได้ยากและมีตัวป้อนบอลชั้นยอดอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ทำให้น่าจะเจาะตาข่าย ฝรั่งเศส ได้ ขณะที่ทัพตราไก่มีเกมรุกระดับพระกาฬที่ยากจะเก็บคลีนชีตได้ยามเจอแนวรุกระดับนี้ โอกาสยิงประตูได้ทั้งสองฝั่งจึงมีสูงมาก
ทีมได้ประตูแรก : ฝรั่งเศส จากการที่ทัพตราไก่มักจะเริ่มต้นเกมได้อย่างดุดันและได้ประตูออกนำคู่แข่งอย่างรวดเร็วมาโดยตลอดในทัวร์นาเมนต์นี้ นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ขณะที่ นอร์เวย์ มักจะมีข้อผิดพลาดในเกมรับช่วงต้นเกมยามเจอทีมบดบี้กดดันหนัก ฝรั่งเศส จึงน่าจะเป็นฝ่ายพังประตูแรกได้ก่อน